หูดับเฉียบพลัน (Sudden Hearing Loss)
ได้ยินลดลงกะทันหัน โดยเฉพาะข้างเดียว ควรได้รับการตรวจประเมินโดยแพทย์โดยเร็ว

ตรวจทานทางการแพทย์โดยแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก
- ผู้เขียน:
- นพ. พจน์ ภิญโญพรพาณิชย์ — แพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิกวิทยา · วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา
- แพทย์ผู้ตรวจทานเนื้อหา:
- นพ. พจน์ ภิญโญพรพาณิชย์ — แพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิกวิทยา · วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา
- วันที่ตรวจทาน:
- อัปเดตล่าสุด:
- เวลาอ่านโดยประมาณ: 5 นาที
ภาวะเร่งด่วนทางหู
หูดับเฉียบพลันคืออะไร
ภาวะหูดับเฉียบพลันหรือ Sudden Sensorineural Hearing Loss (SSNHL) คือการสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทรับเสียงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มักเกิดในหูข้างเดียว ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าหูอื้อ หูตัน ได้ยินเสียงเบาหรือผิดไปจากเดิม และอาจมีเสียงดังในหูหรือเวียนศีรษะร่วมด้วย อาการหูตันไม่ได้แปลว่าเป็นขี้หูอุดตันเสมอไป หากการได้ยินลดลงอย่างกะทันหันควรได้รับการตรวจและตรวจการได้ยินโดยเร็ว เพราะการรักษาบางชนิดมีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มรักษา
อาการที่ควรสังเกต
อาการแบบไหนควรสงสัยหูดับเฉียบพลัน
อาการอาจเกิดขึ้นทันทีหรือตื่นนอนแล้วสังเกตว่าการได้ยินเปลี่ยนไป
ได้ยินลดลงกะทันหัน โดยเฉพาะหูข้างเดียว
รู้สึกหูอื้อหรือหูตันโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
มีเสียงดังหรือเสียงหวีดในหูร่วมด้วย
เสียงพูดหรือเสียงรอบตัวฟังผิดไปจากเดิม
อาจมีเวียนศีรษะหรือเสียการทรงตัวร่วมด้วย
การแยกสาเหตุ
การได้ยินลดลงกะทันหันไม่ได้เกิดจาก SSNHL ทุกคน
แพทย์ต้องตรวจเพื่อแยกสาเหตุที่ทำให้เสียงผ่านเข้าไปไม่ได้ออกจากความผิดปกติของหูชั้นในหรือเส้นประสาทการได้ยิน
ขี้หูอุดตันหรือปัญหาช่องหู
อาจทำให้รู้สึกหูตันและได้ยินลดลง แต่ตรวจหูสามารถช่วยแยกสาเหตุได้
น้ำหรือการอักเสบในหูชั้นกลาง
อาจทำให้การนำเสียงลดลงและมีอาการคล้ายหูดับได้
ความผิดปกติของหูชั้นใน
SSNHL เป็นการสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทรับเสียงที่ต้องประเมินอย่างรวดเร็ว
เมื่อไรควรพบแพทย์
หากได้ยินลดลงกะทันหัน ไม่ควรรอดูอาการเอง
ควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อประเมินโดยเร็ว โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นใหม่
ตื่นมาแล้วได้ยินข้างหนึ่งลดลงอย่างชัดเจน
การได้ยินลดลงภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน
หูอื้อหรือมีเสียงดังในหูพร้อมการได้ยินลดลง
มีเวียนศีรษะร่วมกับการได้ยินเปลี่ยนแปลง
มีอาการทางระบบประสาท เช่น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที
การตรวจ
แพทย์ประเมินอย่างไร
แพทย์จะซักประวัติช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการ ตรวจช่องหูและแก้วหูเพื่อแยกขี้หูอุดตัน การติดเชื้อ หรือน้ำในหูชั้นกลาง และตรวจการได้ยิน (audiogram) เพื่อยืนยันชนิดและระดับของการสูญเสียการได้ยิน หากผลตรวจหรืออาการมีข้อบ่งชี้ อาจแนะนำการตรวจเพิ่มเติมหรือส่งต่อเพื่อการตรวจที่เหมาะสม
การรักษา
แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับผลตรวจและข้อบ่งชี้ของแต่ละราย
การรักษา SSNHL มักพิจารณาการใช้ corticosteroid หลังแพทย์ประเมินประโยชน์ ความเสี่ยง โรคร่วม และช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการ ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่เหมาะกับยาหรือวิธีเดียวกัน
Corticosteroid ตามข้อบ่งชี้
แพทย์อาจพิจารณา systemic corticosteroid รวมถึง methylprednisolone (Solu-Medrol) ในผู้ป่วยที่เหมาะสม หลังประเมินข้อห้ามและความเสี่ยงแล้ว
การรักษาเฉพาะราย
ชนิดยา วิธีให้ยา และระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับอาการ ผล audiogram โรคร่วม และดุลยพินิจของแพทย์
ติดตามการได้ยิน
การตรวจการได้ยินติดตามช่วยประเมินการเปลี่ยนแปลงและวางแผนการรักษาต่อเนื่อง
สิ่งที่ควรทำ
ระหว่างรอพบแพทย์
อย่ารอให้อาการหายเองหลายวันหากการได้ยินลดลงอย่างกะทันหัน
จดเวลาหรือวันที่เริ่มสังเกตว่าการได้ยินลดลง
เตรียมรายชื่อยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยา
หลีกเลี่ยงการซื้อ steroid รับประทานหรือฉีดเอง
หากมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วยให้ไปห้องฉุกเฉิน
การป้องกัน
SSNHL ไม่สามารถป้องกันได้ทุกกรณี
หลายกรณีไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน การดูแลสุขภาพหูและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินยังมีความสำคัญ
ป้องกันหูจากเสียงดัง
ไม่ใช้ยาที่อาจมีผลต่อการได้ยินโดยไม่จำเป็นและแจ้งแพทย์เรื่องยาที่ใช้อยู่
พบแพทย์เมื่อมีการได้ยินเปลี่ยนแปลงใหม่หรือผิดปกติ
คำถามที่พบบ่อย
คำถามเรื่องหูดับเฉียบพลัน
คำตอบสั้น ๆ สำหรับคำถามที่ผู้ป่วยมักค้นหาก่อนมาพบแพทย์
หูดับเฉียบพลันต้องรีบรักษาแค่ไหน?
ควรได้รับการประเมินโดยเร็วเมื่อพบว่าการได้ยินลดลงอย่างกะทันหัน แนวทาง AAO-HNS แนะนำให้ตรวจยืนยันด้วย audiometry ให้เร็วที่สุดและภายใน 14 วันนับจากเริ่มอาการ และอาจพิจารณา corticosteroid เป็นการรักษาเริ่มต้นภายใน 2 สัปดาห์ในผู้ป่วยที่เหมาะสม ดังนั้นไม่ควรรอจนผ่านไปหลายวันเพื่อดูว่าอาการจะหายเองหรือไม่
หูตันข้างเดียวตอนตื่นนอนคือหูดับหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป ขี้หู น้ำในหูชั้นกลาง และสาเหตุอื่นก็ทำให้หูตันได้ แต่หากรู้สึกว่าการได้ยินลดลงกะทันหัน ควรตรวจหูและตรวจการได้ยินเพื่อแยก SSNHL
Solu-Medrol ใช้รักษาหูดับได้หรือไม่?
Solu-Medrol คือ methylprednisolone ซึ่งเป็น corticosteroid ชนิดหนึ่ง แพทย์อาจพิจารณา corticosteroid ในผู้ป่วย SSNHL ที่เหมาะสม แต่ต้องประเมินข้อบ่งชี้ ข้อห้าม โรคร่วม และความเสี่ยงก่อน ไม่ควรซื้อหรือใช้ยาเอง
หูดับเฉียบพลันหายได้ไหม?
ผลการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคนและขึ้นกับหลายปัจจัย จึงไม่สามารถรับประกันผลการรักษาได้ การประเมินและติดตามการได้ยินช่วยให้วางแผนดูแลได้เหมาะสม
ถ้ามีเวียนศีรษะร่วมด้วยต้องทำอย่างไร?
ควรแจ้งแพทย์เพราะอาการเวียนศีรษะอาจเกิดร่วมกับความผิดปกติของหูชั้นใน หากมีหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ปวดศีรษะรุนแรง หรืออาการทางระบบประสาทอื่น ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที
แหล่งอ้างอิง
เอกสารและแนวทางที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลด้านล่างอ้างอิงแนวทางและแหล่งความรู้ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะรายบุคคล
ข้อมูลโรคหูและการได้ยินสำหรับผู้ป่วย
AAO-HNS / ENThealth
ดูแหล่งอ้างอิง (AAO-HNS / ENThealth)แนวทางและแหล่งความรู้สำหรับผู้ป่วยด้านโสต ศอ นาสิก
American Academy of Otolaryngology–Head and Neck Surgery (AAO-HNS)
ดูแหล่งอ้างอิง (American Academy of Otolaryngology–Head and Neck Surgery (AAO-HNS))ข้อมูลสุขภาพหู คอ จมูกสำหรับประชาชน
ENThealth (AAO-HNS Foundation)
ดูแหล่งอ้างอิง (ENThealth (AAO-HNS Foundation))Clinical Practice Guideline: Sudden Hearing Loss (Update)
American Academy of Otolaryngology–Head and Neck Surgery (AAO-HNS)
ดูแหล่งอ้างอิง (American Academy of Otolaryngology–Head and Neck Surgery (AAO-HNS))Sudden Sensorineural Hearing Loss (SSNHL)
National Institute on Deafness and Other Communication Disorders (NIDCD)
ดูแหล่งอ้างอิง (National Institute on Deafness and Other Communication Disorders (NIDCD))
ข้อมูลเพื่อการศึกษา
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือทดแทนการรักษาโดยแพทย์ผู้มีคุณวุฒิ หากมีอาการที่น่ากังวล โปรดปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
อ่านเพิ่มเติม
หัวข้อที่เกี่ยวข้องภายในคลินิก เพื่อช่วยทำความเข้าใจโรค บริการ และหัตถการ
การได้ยินลดลงกะทันหัน?
ติดต่อราชวิถีคลินิก หู คอ จมูก เชียงใหม่ เพื่อประเมินอาการโดยแพทย์เฉพาะทาง การรักษาจะพิจารณาตามผลตรวจและข้อบ่งชี้ของแต่ละราย